วันนี้ฉันเข้าไปอ่านบลอกของพี่สาว...เขียนเกี่ยวกับคุณพ่อในวันสุดท้ายที่พ่อจากไป ฉันกับแม่ไม่ได้เห็นพ่อในนาทีนั้น เพราะอยู่ไกลถึงไต้หวัน มีพี่สาวรับบทหนักคนเดียว ถึงแม้ทุกคนจะดูเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วในใจก็เศร้ามาก....

ฉันนั่งอ่านน้ำตาไหล...ด้วยเข้าใจว่าคนเขียนเสียใจแค่ไหน ฉันเองไม่ได้มีนาทีนั้นร่วมกับเขา ไม่ได้รู้สึกเสียดายแต่อย่างไร เพราะในใจฉันมีพ่ออยู่เสมอ

เลยอยากจะนำสิ่งที่ผึ้งเขียนในบลอกมาเก็บไว้ในบ้านของตัวเองบ้าง..........

เผื่อวันไหนรู้สึกอ่อนแอจะกลับมานั่งอ่าน ปล่อยน้ำตาไหลทิ้งบ้าง......

ขอปาฎิหาริย์อีกสักครั้ง (ต่อ)

วันนี้วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก...แต่สำหรับเรามีแต่นั่งรอคำพูดของคุณหมอ....ว่าอาการของคุณพ่อจะดีขึ้นหรือไม่

จริงๆ เราก็เตรียมทำใจไว้ตั้งแต่ตอนท้องข้าวปุ้นแล้วว่าคุณพ่ออาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน....แต่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เราลืมและทำให้เราเสียใจจนทุกวันนี้ก็คือ

ข้าวปุ้นยังไม่เคยถ่ายรูปกับคุณตาสักครั้ง !!

ด้วยเพราะเวลาเราไปหาคุณพ่อทีไรคุณพ่อก็ไม่ค่อยกล้าอุ้มเจ้าตัวเล็ก เพราะตั้งแต่สมัยเราเด็กๆ เขาก็ไม่ค่อยกล้าอุ้ม และยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงหลังจากหายป่วยคุณตาก็เลยไม่กล้าอุ้ม พอพาไปหาคุณตาก็ไม่เคยได้เอากล้องไปเสียอีก

ตอนนี้คุณตานอนอยู่ห้องไอซียูมาสองวันแล้ว....ตอนแรกเข้าใจว่าน้ำท่วมปอดรอบสองเลยเอาลงมาห้องไอซียูสังเกตอาการ...คุณหมอที่รักษาปอดตัดสินใจว่าจะเจาะปอดอีกครั้งหลังจากดูฟิล์ม แต่พอเจาะปอดไปแล้วกลับไม่มีน้ำออกมาเลย...แสดงว่าปอดไม่ได้ชื้นอีกรอบ แต่ฟิล์มเอกซเรย์พบว่ามีจุดขาวๆ ในปอด คุณหมอเลยบอกว่าน่าจะเพราะว่าปอดอักเสบ...คุณพ่อมีปัญหาเรื่องปอดอักเสบมานานอยู่แล้วตั้งแต่ให้ยา...เนื่องจากอ่อนแอจากการให้คีโม ทำให้ร่างกายเกิดภาวะโรคแทรกซ้อน

ทั้งๆ ที่ตอนออกจากห้องไอซียูรอบแรกคุณพ่อดูดีขึ้นมาก พูดเล่นได้ หัวเราะได้ แต่ผ่านไปอีกแค่วันเดียวคุณพ่อก็ต้องมานอนแบ่บอยู่ในห้องไอซียู มีหน้ากากให้ออกซิเจนอยู่บนหน้า..จะพูดอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยหอบ...

เราพยายามจะไปเยี่ยมคุณพ่อให้บ่อยที่สุด เพราะตอนแรกทุกคนไม่ได้คิดว่าคุณพ่อจะอาการหนักถึงขนาดนี้..คุณแม่กับน้องสาวที่อยู่บ้านเดียวกันเครียดมาก...แม่เลยตัดสินใจขอไปพักผ่อนที่ต่างประเทศประมาณห้าวัน (ไปดูงานด้วย) ช่วงนี้เราก็เลยรับศึกหนักคนเดียว...กลัวว่าคุณพ่อจะเป็นอะไรไปเสียก่อน (ทีแรกทั้งแม่และน้องเข้าใจว่าคุณพ่อจะได้ออกจากโรงพยาบาลประมาณช่วงเดียวกับที่จะกลับมาคะ)

ส่วนเรื่องเยี่ยมเราก็ไม่อยากพาข้าวปุ้นไปโรงพยาบาลบ่อยนัก เพราะเด็กเขาก็ไม่ให้เข้าห้องไอซียู และอีกอย่างโรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะ เราก็ไม่อยากพาเด็กเจ็ดแปดเดือนไปบ่อยๆ

ที่ต้องพาข้าวปุ้นไปด้วยทุกครั้งก็เพราะว่าไม่มีใครดูแล เราเลี้ยงน้องข้าวปุ้นคนเดียว มีแม่บ้านช่วยเลี้ยงเป็นบางช่วง ส่วนสามีก็ไปทำงานกลับมาก็ค่อนข้างเย็นแล้ว

วันนี้เราไปเยี่ยมคุณพ่ออีกครั้งโดยฝากข้าวปุ้นไว้กับแม่บ้าน แต่ก็พยายามจะกลับมาให้เร็วที่สุดเพราะเป็นห่วงลูก...เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา พยาบาลได้โทรเข้ามาแจ้งว่าคุณพ่ออาการไม่ดี ความดันลดต่ำมาก และออกซิเจนในเลือดลดต่ำ ต้องให้ยากระตุ้น และให้ออกซิเจนผ่านทางสายยางที่สอดเข้าไปในปากถึงหลอดลมเลย คนไข้จะได้ไม่เหนื่อย แต่คนไข้จะเจ็บคอและก็ให้อาหารทางปากไม่ได้ พูดไม่ได้

วันนี้เราไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณย่า และพี่ชายไม่แท้อีกคนหนึ่ง...คุณพ่อพูดไม่ได้แต่พอเขียนได้...คุณพ่อไม่ได้เขียนให้เราแต่เขียนไว้ที่กระดาษด้วยลายมือโย้เย้แบบไม่มีแรงว่า

"เมื่อวานยังไม่เป็นแบบนี้ แต่มีคนมาจับใส่ท่อใส่....." แล้วก็อ่านไม่ค่อยออกเพราะคนเขียนคงเหนื่อย

เราเองก็เครียดไปเหมือนกันหลังจากเห็นที่เขียน...

คุณหมอเจ้าของไข้ก็เข้ามาคุย ประโยคแรกที่คุณหมอถามก็คือ

หมอ : "ญาติคนไข้ทำใจได้ไหม"

หมอ : "หมอยังไม่อยากตรวจไขสันหลังคนไข้ เพราะคนไข้เหนื่อยมาก กลัวว่าถ้าเสียเลือดไปอีกอาจจะอาการหนัก"

เราก็ได้แต่อึ้งไปเหมือนกัน ถามคุณหมอว่าคุณพ่อมีโอกาสรอดแค่ไหน..คุณหมอได้แต่ถอนหายใจ

หมอ : "คุณลุงให้ยาคีโมไปหลายรอบแล้ว รอบสุดท้ายร่างกายคุณลุงดื้อยา หมอเลยให้ยาสูตรใหม่ แต่ตอนนี้เม็ดเลือดคุณลุงยังไม่ขึ้น ถ้าตรวจไขสันหลังแล้วพบว่ามีแต่เชื้อมะเร็งก็หมายความว่าคุณลุงคงอาการไม่ดีขึ้นแน่ แทบจะไม่มีโอกาสเลย หรือต่อให้ถ้าไม่พบเชื้อมะเร็ง ตอนนี้ร่างกายคุณลุงอ่อนแอมาก กลัวว่าเม็ดเลือดจะขึ้นไม่ทัน ปอดคุณลุงจะอักเสบมากและอาจจะหายใจไม่ได้ไปเฉยๆ แต่ถ้าหวังไว้ที่สุดก็คือให้ยาคุณลุงให้เต็มที่ไปก่อน ถ้าอาการดีขึ้น เม็ดเลือดขึ้น คุณลุงก็อาจจะดีขึ้นได้ แต่โอกาสน้อยมาก..."

เรากับคุณย่าได้แต่นั่งฟังนิ่ง ถึงจะพอรับได้ แต่ฟังแบบนี้ก็ทำให้เราอยากร้องไห้มากกว่า....เรากับคุณย่าบอกคุณหมอว่ายังไงก็ให้ยาเต็มที่จนถึงวันที่คุณหมอตรวจไขสันหลังอีกสองวันแล้วกัน..ไม่อยากให้คุณหมอเจาะตอนนี้เพราะคนไข้อ่อนแอ...และอีกอย่างภรรยาคนไข้ก็ยังไม่กลับ และถ้าเกิดตรวจแล้วคุณพ่อมีแต่เชื้อมะเร็งเราขอให้เอาท่อลดยาลง เพราะเราไม่อยากให้คุณพ่อทรมานเพราะใส่สายอะไรมากไปกว่านี้แล้ว...อยากให้พ่อนอนให้สบายที่สุดค่ะ

รายละเอียดของงานและแผนที่วัดดูได้จากบลอกของพี่สาว เผอิญเขาทำไว้แล้ว เราจะได้ไม่ต้องเนื่อย ตามประสาคนขี้เกียจ แอบขโมยลิงก์เค้ามาแปะเลย ^^ --  www.diarylove.com/suweeriya

 


16 CommentsChronological   Reverse   Threaded
amosuke wrote on Feb 17
พ่อคงอยากรอแก รอแม่มั้ง
แต่จะเป็นไรไป วันนี้ทุกคนมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้วนี่นา
อย่างที่บอก..พ่อมองมาเห็นคงดีใจ
sugarbeach wrote on Feb 17
แกมาตอบเร็วมาก ฉันตกใจ^^
skr01au wrote on Feb 18
อ่านแล้วเศร้าจังน้ำตาล พี่สาวคงเศร้ามาก แต่ว่าวันนี้คุณพ่อก็แค่กลับไปดาวที่ท่านจากมา และตอนนี้ท่านก็สบายแล้ว คงนั่งมองลูกๆ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุขทั้งกายและใจแล้วล่ะ เหลือแต่ลูกๆ แล้วนะที่ต้องดูแลกันและกันต่อไป
nightrosess wrote on Feb 18
เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นเราเรียนกันชั้นปีที่ 3 ของคณะอักษร มหาวิทยาลัยศิลปากร
พ่อชั้นอยู่ในห้องไอซียูแบบนี้ โดยโรคเบาหวาน และจากไปด้วยอาหารไตวาย

เราไม่ได้เสียใจที่พ่อจากไป แต่ความเสียใจเดียวคือว่า พ่อควรจะจากไปตั้งแต่เช้าวันที่ 12 สิงหา ของปีนั้นเวลาประมาณ ตี 5 กว่าๆ โดยที่ไม่มีใครติดต่อเราได้ เพราะเราไม่มีโทรศัพท์มือถือ พ่อรอเราไปหา และสิ้นใจไปในเวลา 1 ทุ่ม ของวันนั้น โดยที่เรามิได้ไปโรงพาบาลเช่นกัน (ช่วงนั้นมีสอบกลางภาค)

ตาล เราคงไปร่วมแสดงความเสียใจที่งานด้วยไม่ได้ ขอโทษไว้ก่อนเลยนะ
แต่ขอมาส่งกำลังใจให้แกและครอบครัวที่นี่แล้วกัน......
znernar wrote on Feb 18
ตาล ...
เสียใจด้วยนะ
ยังไงก็ขอให้คนที่เหลืออยู่เข้มแข็งไว้มากๆหละ
sugarbeach wrote on Feb 18
ขอบใจทุกคนมาก ^^
smithchote wrote on Feb 18
น้ามตาลลลลลล
เสียใจด้วยนะคับ
เข้มแข็งนะ เข้มแข็ง^^
pppretty wrote on Feb 18
ถ้าไม่ไหว ร้องไห้ออกมาดังๆนะน้ำตาล น้ำตามันช่วยชะล้างอะไรบางอย่างได้
ร้องไห้เสร็จ ก็กลับมาเข้มแข็งนะ คุณพ่อยังมองดูน้ำตาลอยุ่เสมอ ๆๆ และจะดีใจถ้าตอนนี้น้ำตาลดูแลแม่และคนที่ตาลรักและรักตาลให้ดีที่สุด
สู้ๆๆ จ้าเพื่อน
sussanee wrote on Feb 18
ขอให้พ่อหลับให้สบายนะคะ
pinkching wrote on Feb 18
ชั้นไม่รู้จะพูดอะไรอ่ะนะ .. ไม่อยากพูดว่าเสียใจด้วย ... แต่วันนี้ชั้นจะไปกอดแกนะ
sugarbeach wrote on Feb 18
อย่าน๊า เด๋วชั้นร้องไห้...
joyjang066 wrote on Feb 18
อยากร้องก็ร้องเลยตาลเอ๋ยยย...แต่พ่อก็ไปสบายแล้วล่ะไม่ต้องทรมานแล้ว
sutara wrote on Feb 18
... ไม่รู้จะเม้นท์ว่ายังไงดี... ถ้ากำลังใจมันส่งถึงกันได้จริง ฉันกำลังส่งให้แกอยู่นะเพื่อน
ladygeminiiiii wrote on Feb 18
คือกรูก็ไม่ถนัดเรื่องปลอบใจใคร ถนัดแต่เรื่องทำร้ายจิตใจซะมากกว่า แต่ก็รู้ว่ามึงเข้มแข็งอยู่แล้วใช่มั๊ยตาล เพราะมึง...เป็นลูกซุปเปอร์แมน
lookkling wrote on Feb 18
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะน้ำตาล
จงเข้มแข็ง และผ่านวันที่ขมขื่นนี้ได้ด้วยความทรงจำดีดีในวันเวลาอันแสนงามที่พ่ออยู่กับเรานะ พี่กลับไปอ่าน ซูเปอร์แด้ด ทั้งหมดอีกครั้ง ตั้งแต่ตอนแรก จนตอนสุดท้าย คุณพ่อ ซูเปอร์แบบนั้นจริงๆ
nongprae wrote on Feb 27
เพิ่งอ่าน หลังจากงานเผาไป 3 วัน
เศร้ามากแก ขอให้คุณพ่อของตาลไปสู่สุขคตินะคะ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help